10 กลยุทธ์ ปรับตัวอย่างไรให้รอด ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ!!!!

10 กลยุทธ์ ปรับตัวอย่างไรให้รอด  ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ!!!!

ความท้าทายใหม่สำหรับผู้ประกอบการที่จะยืนยันความเป็นของจริงที่จะยืนหยัดบนความท้าทายและอยู่รอดได้ใครจะอยู่ใครจะไปเป็นเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างมากเกี่ยวกับด้าน SMEs ว่าในปลายปีนี้ถึงปลายปีหน้า จะมีผู้ประกอบการที่อยู่รอดและผู้ประกอบการที่ต้องปิดกิจการลง อัตราส่วนมากน้อยแค่ใหน.

สำหรับบทความนี้ผู้เขียนอยากเสนอแนวทางในการที่จะช่วยให้ทุกกิจการเดินหน้าและยังคงอยู่รอดได้ในมรสุมที่ถือว่าลูกใหญ่มากๆ ไปฟังแนวทางกันเลยครับ

1 ) CRM หรือ Customer relationship Management หรือเรียกว่ากลยุทธ์ด้านการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ากลยุทธ์นี้ไม่ใช่กลยุทธ์ใหม่และมีมานานแล้วซึ่งผมมองว่ากลยุทธ์นี้จะกลับมาให้ความสำคัญอีกครั้งในสภาวะที่ทดถอยลงเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่จะดิ่งตัวลงทำอย่างไรให้ลูกค้าของเรายังคงอยู่กับเราดังนั้นกลยุทธ์นี้เป็นกลยุทธ์ที่ อาจจะช่วยให้เรารักษาฐานลูกค้าไว้ได้มากที่สุด และธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนชอบที่จะซื้อของกับเพื่อนมากกว่าซื้อของคนอื่นดังนั้นทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราเป็นเพื่อน

2 ) 80 / 20

อะไรก็ตามที่เราทำหรือลงทุนไป 80 แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา 20 ให้เราลดแล้วไปโฟกัสจุดที่เราทำหรือลงทุนไป20 แล้วได้ผลลัพธ์กลับมา 80 อย่างเช่น เราทุ่มงบ 10 ล้านจ้าง ทีวี โฆษณา แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา4ล้าน ขณะเดียวกัน เราทุ่มงบ 4 แสน ยิง Add Facebook แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมา 40ล้าน เราก็ควรหันไปด้าน ออนไลน์มากกว่า ด้านทีวี

3 ) หยุดใช้โปรโมชั่นเพื่อตัดราคา

ยิ่งเราแข่งขันเรื่องการตัดราคาพอถึงในจุดจุดหนึ่งเราก็จะเจ้ง และตายในที่สุด เพราะว่าอะไรยิ่งคุณแข่งขันกันตัดราคา กำไรที่คุณได้ก็จะน้อยลงไปในขณะเดียวกันต้นทุนยังคงเท่าเดิมยิ่งถ้าทำไปเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยกำไรก็จะน้อยลงน้อยลงสุดท้ายก็จะตาย…

4 ) add value หรือเพิ่มคุณค่าไปในตัวสินค้า

เมื่อเงินในกระเป๋าของผู้บริโภคมีจำนวนจำกัดการใช้จ่ายในแต่ละบาทแต่ละสตางค์ผู้บริโภคจะไม่ได้สนใจเรื่องปริมาณหรือความถูกแต่ ลูกค้าจะเริ่มสนใจว่าเงินที่เขาจ่ายไปมันสามารถแก้ปัญหาให้กับเขาได้มากแค่ไหนถ้าแก้ปัญหาได้แสดงว่าคุ้มค่าแต่ตรงข้ามกันต่อให้สินค้ามีปริมาณมากราคาถูกแต่แก้ปัญหาให้เขาไม่ได้เท่ากับแพง

5 ) จ่ายในสิ่งที่จำเป็น

มีคำๆหนึ่งที่จริงมากๆ หากคุณจ่ายเงินให้กับความไม่จำเป็น วันหนึ่งคุณก็จะต้องขายสิ่งจำเป็น เพื่อจ่ายให้สิ่งที่ไม่จำเป็น. ดังนั้นจงตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อรักษาระดับ Cost ที่ต้องจ่ายต่อเดือนให้ต่ำที่สุด

6 ) เน้นกำไร ในสภาวะเศรษฐกิจ ในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่าลูกค้าจะกลับมาซื้อซ้ำมากน้อยแค่ไหนดังนั้นการขายตัดราคาเพื่อกินกำไรบาท 2 บาทไม่ใช่แนวทางที่ดีนักแต่เราจะต้องขายในราคาที่มีกำไรมากพอ

7 ) รักษาเสถียรภาพเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

บางครั้งหากยอดขายหดตัว ธุรกิจอาจยากต่อการควบคุม การลดขนาดธุรกิจก็ถือว่าช่วยได้มาก ในการที่จะความคุมเสถียรภาพ ให้ง่ายต่อการควบคุม และยังลด Cost ที่เราต้องจ่ายต่อเดือนได้อีกเท่าตัว

8 ) ออนไลน์ช่วยประหยัดต้นทุน

ทุกวันนี้ห้างปิดตัวกันเยอะมาก คนเดินน้อย ต้นทุนค่าเช่าก็สูง ดังนั้นการหันมาทำออนไลน์ถือว่าช่วยได้มากๆ เพราะคุณจะไม่ต้องมาแบกรับค่าเช่า และสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วประเทศและต่างประเทศ

9 ) ฟังให้มาก มองให้ไกล สร้างชัยไปกว่าครึ่ง

ผู้บริโภคไม่ได้เลือกซื้อจากคนที่พูดเก่ง แต่เขาจะซื้อจากคนที่เลือกจะฟังเขา ดังนั้นหากแบรนด์เป็นผู้ฟังที่ดี ยิ่งฟัง ยิ่งเข้าใจผู้บริโภค และจะยิ่งได้ใจผู้บริโภค

แล้วฟังว่าเขาต้องการอะไรในอนาคต แล้วเติมเต็มมันให้ลูกค้า

10 ) สร้างความจำเป็นให้ลูกค้า

ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้านั้นๆ จำเป็นสำหรับเขาจริงๆ โดยอาจจะสื่อสาร ในรูปแบบ Content หรือ Viral Content ที่เป็นวิดีโอ เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความต้องการ

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทาง จากมุมมองส่วนตัวน่ะครับ

administrator

Related Articles